รายงานการประเมินโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 ปีการศึกษา 2556
ใช้รูปแบบการประเมินโครงการของสตัฟเฟลบีม
( D.L. Stufflebeam) ที่เรียกว่า รูปแบบการประเมินแบบ CIPP (CIPP MODEL)
วัตถุประสงค์ของการประเมิน
1.เพื่อประเมินบริบทด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัย เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
2.เพื่อประเมินความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
3.เพื่อประเมินความเหมาะสมของกระบวนการดำเนินโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัย เพื่อพัฒนา การเรียนการสอน
4.เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน
1.ครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 จำนวน 45 โรงเรียน
โรงเรียนละ 4 คน รวมจำนวน 180 คน เลือกมาแบบเจาะจง (Purposive Selection)
2.ผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 จำนวน 45 โรงเรียน จำนวน 180 คน เลือกมาแบบเจาะจง (Purposive Selection)
3.นักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 จำนวน 45 โรงเรียน จำนวน 720 คน ด้วยการสุ่มแบบง่าย (simple random) ตามสัดส่วนของนักเรียนแต่ละโรงเรียนทั้ง 45 โรงเรียน
4.โครงการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 ปีการศึกษา 2556
เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เป็นแบบสอบถามสำหรับผู้บริหารและครู จำนวน 4 ฉบับ และแบบสอบถามสำหรับนักเรียน จำนวน 1 ฉบับ
สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการประเมิน
1. ผลการประเมินสภาวะแวดล้อม/บริบทที่สอดคล้องกับโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน พบว่า ในภาพรวมของผู้บริหารโรงเรียนและครู พบว่า ด้านสภาพแวดล้อม มีความสอดคล้องกับโครงการอยู่ในระดับมาก ด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.21 เมื่อพิจารณาผลการประเมินในแต่ละเรื่อง พบว่า ทุกเรื่องที่ทำการศึกษา มีความสอดคล้อง อยู่ในระดับ มาก และผ่านเกณฑ์การประเมินทุกเรื่อง
2. ผลการประเมินปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัย เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน พบว่า ในภาพรวมผู้บริหารโรงเรียนและครู มีความคิดเห็นว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มาก ด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.33 เมื่อพิจารณาผลการประเมินในแต่ละเรื่อง พบว่า ทุกเรื่องมีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มาก และผ่านเกณฑ์การประเมินทุกเรื่อง
4.ผลการประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
4.1ผลการประเมินความรู้ความสามารถด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของครูที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยทำแบบทดสอบ ก่อนและหลังอบรม พบว่า ครูมีคะแนนร้อยละ ก่อนและหลังการอบรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.35 และมีคะแนนหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการต่ำสุด ร้อยละ 80 (ตอบถูกต้อง 12 ข้อ) และมีคะแนนสูงสุด ร้อยละ 100 (ตอบถูกทุกข้อ) และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้
4.2ผลการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของครู พบว่า จำนวนครูที่มีการจัดทำหน่วยการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ/นวัตกรรม และวิจัยในชั้นเรียน ตั้งแต่ร้อยละ 97.22 ขึ้นไปถึงร้อยละ 100 โดยรายการที่ครูจัดทำครบทุกคน มีจำนวน 3 รายการ คือ หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และ สื่อ/นวัตกรรม ส่วนรายการที่ครูจัดทำไม่ครบทุกคนมี 1 รายการ คือ วิจัยในชั้นเรียน และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้
4.3ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู พบว่า ในภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ด้วยค่าเฉลี่ย 4.30 เมื่อพิจารณาผลการประเมินในแต่ละเรื่อง พบว่าทุกเรื่องที่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมินทุกเรื่อง
สรุปได้ว่า โครงการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 ปีการศึกษา 2556 พบว่า ผู้บริหารและครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐาน (วิจัยในชั้นเรียน) และสามารถนำไปใช้ได้จริงในโรงเรียน ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และ ครูผู้สอน มีนวัตกรรมและวิธีปฏิบัติที่ดี ในการปฏิบัติงาน มีผลงานเชิงประจักษ์มากมายทั้งในระดับเขตพื้นที่ ระดับภาค และระดับชาติ ส่งผลให้นักเรียนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ได้รับรางวัลจากการเข้าแข่งขันทางวิชาการอย่างหลากหลายและ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23





